โครงการ อารีย์การ์เด้น (Aree Garden) เป็นโครงการน้องใหม่ล่าสุดของย่าน ซอยอารีย์ ที่เป็นแหล่ง Hang out แห่งใหม่ของคนเมือง โดยเปิดเมื่อเดือน มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา แม้ว่าโครงการ Aree Garden จะมีพื้นที่ขนาดกระทัดรัดเพียง 1 ไร่ แต่ด้วยไอเดียการตกแต่งและจัดวาง ที่เจ้าของโครงการ คุณปณิดา ทศไนยธาดา (คุณอุ้ม) ที่ต้องการยกป่าเข้ามาไว้ในเมือง โดยจัดเป็นสวนที่เป็นธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ ทั้ง ไทร ตะแบก ราชพฤกษ์ ลีลาวดี พยุง สาละ ฯลฯ
โครงการ Aree Garden เป็นที่สำหรับพักผ่อน ผ่อนคลาย พาครอบครัว มากินข้าว นั่งชิวๆ อากาศดีๆ สำหรับร้านค้าในโครงการอารีย์การ์เด้นนั้นจะมีร้านค้าทั้งหมด 7 ร้านด้วยกัน
เริ่มจากร้าน HOBS (House of Beers) ที่ถือว่าเป็นร้าน Highlight ของ โครงการอารีย์การ์เด้นเลยก็ว่าได้ ด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นของโครงการ ประกอบกับ การตบแต่งของร้านที่ออกแบบ สไตล์ยุโรปเบลเยียม แนวย้อนยุค ที่เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ เป็นหลัก สำหรับมุมที่นั่งมีให้เลือกทั้งแบบ open air ให้นั่งเม้าส์ชิวๆ ริมระเบียงสวนสวย หรือ จะนั่งภายในร้านที่แอร์เย็นฉ่ำ
นอกจากร้านจะมีมุมสวยๆ ให้เลือกนั่งแล้ว จุดเด่นของร้าน HOBS จะอยู่ที่มีเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศให้เลือกมากมายกว่า 50 ยี่ห้อ ทั้ง Fruit Beer เบียร์ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมของผลไม้ที่นำไปหมัก และ ยังมีเบียร์สดให้เลือก กว่า 5 แบรนด์ Hoegaarden เป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมของทางร้าน ขมน้อย ตามติดด้วย Leffe Blonde เบียร์สีทอง หอมรสชาติเข้มข้น ถัดมา STELLA ARTOIS เป็น Lager เบียร์ทั่วไป ถัดมาเป็นเบียร์ดำ Leffe Brune และ Boddingtons เป็นเบียร์ของอังกฤษที่มีฟองนุ่มละเอียดซึ่งใครที่เป็นคอเบียร์หรืออยากจะ ลิ้มลองเบียร์ในรสชาติแปลกใหม่ที่โดดเด่นทั้ง ดีไซน์แก้วและขวดที่สะดุดตา ก็ต้องไม่พลาดที่จะมาร้าน HOBS แห่งนี้
มาถึงเมนูอาหารของร้าน HOBS ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เมนูแนะนำของร้าน Mussel Hoegaarden (หอยแมลงภู่อบกระเทียม 350 บาท) นำหอยแมลงภู่สดๆ มาผัดกับกระเทียม เนย จากนั้นไปอบพร้อมกับเบียร์ เสร็จแล้วใส่ วิปปิ้งครีม พร้อมกับเพิ่มรสชาติและสีสันด้วยมะนาว กับมะเขือเทศ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Belgium Fried (เบลเยียมฟราย) ซึ่งก็คือ มันฝรั่งทอดชิ้นใหญ่ แต่ที่แตกต่างจากที่อื่นคือ นำไปทอด 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ มันฝรั่งทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน มาพร้อมกับ Dips สูตรพิเศษจากทางร้านที่มีให้เลือกถึง 6 ชนิด Mayonaise / Tomato Sauce / Curry / Pesto / Aioli / Wasabi อร่อยทุกรสชาติ
ร้านถัดมาที่อยากแนะนำให้ไปสัมผัสถึงความหลากหลาย ชื่อร้าน ชับบี้ช้างเบเกอรี่แอนด์กิ๊ฟช็อป (Chubby Chang's Bakery & Gift Shop) เป็นร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการ Aree Garden เป็นร้านของคู่รักลูกครึ่งเยอรมัน และ อเมริกัน ที่อยู่เมืองไทยตั้งแต่เด็กและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ด้วยความผูกพันทำให้ทั้งคู่อยากเปิดร้านร่วมกัน โดยจัดพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นได้อย่างลงตัว พื้นที่ด้านในจัดเป็นมุมสำหรับทำอาหารและ เบเกอรี่ ที่ทำกันสดๆ ในร้าน และยังมีมุมเล็กๆ สำหรับเด็กให้ระบายสี ส่วนอีกมุมเป็นมุมกิ๊ฟช็อป ที่มีของน่ารักๆ ให้เลือกซื้อซึ่งเป็นของจากทั้งในและ ต่างประเทศ นอกจากนี้ เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของร้าน Chubby Chang's คือ เมนูอาหารต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบของผู้ทาน อีกทั้งยังมีคุ้กกี้โฮมเมดสไตล์อเมริกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ คุณนีน่า เจ้าของร้านลงมือทำเอง
สำหรับเมนูที่มาถึงร้านแล้วต้องลิ้มลอง หรือ จะซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ได้ค่ะ นั่นก็คือ Double fudge brownie และ Chocolate chip cookies ซึ่งในส่วนของคุ้กกี้ ตอนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่น ซื้อ 5 ชิ้น ฟรี 1 ชิ้น และที่พิเศษกว่าร้านอื่นๆ คือ ร้าน Chubby Chang's ยังอนุญาตให้สุนัขหรือน้องหมา เข้ามาที่ร้านได้โดยทางร้านมีคุ้กกี้สูตรพิเศษ สำหรับสุนัข โดยเฉพาะด้วยค่ะ
ร้านถัดมาที่อยู่ใกล้กับร้าน Chubby Chang's เป็นร้าน ริซ่า ราโม่ (Risa Lamo) ร้านนี้มีโซนให้นั่งเล่นบริเวณชั้น 2 และบริเวณด้านหน้าใต้ร่มไม้ เมนูแนะนำก็คือ Sweet Berry Secret( 80 บาท), Strawberry Short Cake(120 บาท ) และ เค้กแครอท (95 บาท)ที่ เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน เป็นเค้กเพื่อสุขภาพทานแล้วไม่อ้วน เนื่องจาก ส่วนผสมหลักจะเป็นแคทรอท และมีสัปปะรดเป็นส่วนประกอบ ทำให้รสชาติหวานกลมกล่อมกำลังดี
นอกจากนี้ จุดเด่นของร้าน Risa Lamo ยังอยู่ที่ ทางร้านยังมี บาริสต้า(Barista)หนุ่มๆ ที่แต่งตัวสไตล์เกาหลี คอยต้อนรับ พร้อมบริการเครื่องดื่ม และของว่างให้กับลูกค้าด้วยค่ะ
ส่วนอีกด้านเป็นร้าน สลัดสตอรี่บายเล็กเรสเตอรองท์ (Salad Story by Lex's Restaurant) เป็นร้านที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง เนื่องจาก ใช้ผักสดๆ ที่ปลูกเอง รวมถึงน้ำสลัดที่ทางร้านทำเองแบบ Homemade สำหรับน้ำสลัดที่อยากแนะนำให้ได้ลิ้มลอง กัน น้ำสลัดครีมน้ำผึ้ง (Honey Lemon& Mustard Cream) เป็นสลัดครีมที่มีรสชาติกลมกล่อม จุดเด่นคือหอมกลิ่นน้ำผึ้งแท้ๆ สำหรับคนชอบสลัดน้ำใส ทางร้านก็มี Signature Dressing ที่เป็นน้ำสลัดใสรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานนิดๆ ซึ่งเป็นสูตรเดียวกับน้ำสลัด Lex's Restaurant ร้านสเต็กชื่อดังของจังหวัดสระบุรี และ ปิดท้ายด้วยน้ำสลัด Caesar เป็นรสชาติที่หลายคนคุ้นเคยแต่ด้วยคุณภาพและวิธีการปรุงทำให้น้ำสลัดของที่ร้าน Salad Story by Lex's เป็นที่ติดอกติดใจ และเหมาะสำหรับเป็นของฝากติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน
ถัดมาเป็นร้านข้าวมันไก่ซั่งไห่ ซึ่งเพื่อนๆ คงรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดีเนื่องจากร้านนี้มีหลายสาขา รสชาติยังอร่อยคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่หอมกรุ่น หรือเมนูทานเล่น อย่างเสี่ยวหลงเปา ซึ่งมากินกี่ครั้งก็ไม่ผิดหวัง
และร้านเกือบจะท้ายสุดแต่ยังไม่สุดท้าย ร้านที่กำลังอินเทรนอยู่ตอนนี้ ร้าน โพลก้าดอทคาเฟ่ (Polka dot cafe) ร้าน นี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของโครงการอารีย์การ์เด้น ที่ได้รับการตกแต่งให้ดูเก๋ ไม่น้อยหน้าร้านอื่น โดยเลือกใช้โทนสีขาวดำและโดดเด่นที่เค้าเตอร์บาร์ลายจุด นอกจากการตกแต่งร้านจะเก๋ไก๋ แล้ว เมนูอาหารของที่นี่ จะเน้น บริการอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่น เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ สปาเก็ตตี้ซอสต้มยำกุ้งลายเสือย่างและเห็ด, Polka dot chef's Salad
หลังจากพาเพื่อนๆ ไปอิ่มหนำสำราญ กับร้านอาหารมากมาย หลากสไตล์กันแล้ว ก็มาเติมแต่งความสวยงามพร้อมกับบรรยากาศผ่อนคลายกันบ้าง
สำหรับร้านปิดท้ายร้านค้าในโครงการอารีย์การ์เด้น เป็นร้านทำเล็บ ของดาราสาว คุณเจี๊ยบ โสภิตนภา ร้านเนลแอนด์โค( Nail & Co) ที่บริการทำเล็บ เพ้นท์เล็บ สปามือ สปาเท้า โดยช่างผู้ชำนาญการ พร้อมกับการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
ท้ายนี้ก็หวังว่าเพื่อนๆ คงได้รู้จักโครงการ อารีย์การ์เด้น (Aree Garden) แหล่ง Hip Hang out แห่งใหม่เพิ่มเติมมากขึ้น แม้พื้นที่อันจำกัดแต่ด้วยไอเดียทั้งจากเจ้าของโครงการอารีย์การ์เด้น และ ร้านค้าต่างๆ ที่ออกแบบร้านได้อย่างเก๋ไก๋ลงตัว หากใครอยากแวะมาเยี่ยมชมหรืออยากหาสถานที่นัดเพื่อนมานั่งเม้าส์ นั่งชิว ก็ลองแวะมาที่โครงการอารีย์การ์เด้นได้ รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ
La Villa (ลา วิลล่า) พหลโยธิน ที่นี่มีร้านค้าและร้านอาหารชั้นนำมากมาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ในวันพักผ่อนสบาย ๆ หากไม่ต้องการเดินทางไปไหนใกล้ ๆ ค่ะ เพราะสามารถนั่ง BTS มาลงที่สถานี อารีย์ ได้เลย รวดเร็วทันใจแบบนี้...เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบที่จะเดินทางนาน ๆ ค่ะ รับรองว่าที่นี้จะเป็นอีกที่หนึ่งที่คุณจะต้องแวะมาบ่อย ๆ แน่ ๆ
ร้าน aFter You Dessert Cafe หรือที่เราติดปากกันว่า aFter You เฉยๆ ร้านตั้งอยู่ใน La Villa ข้างสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ใครใคร่มารถไฟฟ้าก็สะดวกสบายดี ใครใคร่จะขับรถมา ภายใน La Villa มีที่จอดรถ แต่ดูไม่มากนัก เดินจากที่จอดรถมา ร้านจะอยู่ชั้นสองบริเวณลิฟท์
บรรยากาศร้านนี้ ค่อนข้างเป็นร้านที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย สบายๆ เป็นสไตล์งานไม้ โทนดูอบอุ่น เน้นการใช้กระจกเยอะๆ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งสบายแม้ว่าจริงๆ เนื้อที่อาจจะเล็ก แต่ก็ไม่รู้สึกถึงความอึดอัดเลยค่ะ มาเริ่มแนะนำเมนูเด็ดกันเลย
ชิบูย่า ฮันนี่ โทสต์ Shibuya Honey Toast ดังมากเลยนะคะ ยังไงก็ต้องสั่งมาลองให้ได้ เมนูนี้เป็นขนมปังราดน้ำผึ้งค่ะ แต่ขนมปังที่เค้าใช้ จะเป็นขนมปังชิ้นใหญ่กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาคู่กับไอศรีมวนิลา และวิปครีมโรยอัลมอนด์ พร้อมด้วยน้ำผึ้ง เวลาทานเราก็ราดน้ำผึ้งลงไปค่ะ จุดเด่นของ Shibuya Honey Toast อยู่ที่เวลาทาน ได้ความรู้สึกขนมปังกรอบหนานุ่ม เต็มคำ เต็มรสชาติ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ
ช็อคโกแล็ต ลาวา Chocolate Lava ขอบอกไว้ก่อนเลยค่ะว่า ห้ามพลาด เมนูนี้เป็นช็อคโกแล็ตเค้กเนื้อนุ่ม เข้มข้นเต็มรสชาติด้วยช็อคโกแล็ตเหลวที่อยู่ภายในตัวเค้กค่ะ เค้าจะเสิร์ฟคู่กับไอศครีมวนิลา และสตอรเบอรี่หั่นชิ้นเล็ก ความอร่อยของเมนูนี้คือ การทานช็อคโกแล็ตเค้กเข้าไปพร้อมช็อคโกแล็ตเหลวและไอศครีมวนิลา พร้อมด้วยสตอรเบอรรี่ เราจะได้กลิ่นหอมของช็อคโกแล็ต และรสชาติที่กลมกล่อม หวานพอดีๆ รับรองว่าถูกใจ Chocolate Lover แน่นอนค่ะ
มาทานขนมอร่อยๆ แบบนี้ก็ไม่พลาดที่จะสั่งชาร้อนเพื่อมาเบรคความหวานกันซักนิดค่ะ เค้าจะมีชาให้เลือกเยอะค่ะ ทั้ง Lemon & Ginger, Camomile, Earl Grey, Finest Ceylon แต่ที่เราสั่งมาเป็น Green Tea & Lemon ขอบอกว่าชากลิ่่นนี้หอมอร่อยจริงๆ ค่ะ
ร้าน KINNIKU GYUDON @ La Villa อารีย์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โครงการ La Villa ถนนพหลโยธิน หน้าสถานีอารีย์ ด้วยความที่เจ้าของทั้งคู่เป็น artist ตัวจริง พวกเขาจึงตั้งใจใส่ศิลปะลงในทุกอณูของร้าน ทุกอย่างดีไซน์มาอย่างตั้งใจหมด ตั้งแต่ตัวหนังสือชื่อร้าน การตกแต่งภายใน การทำเมนู ไปจนถึงออกแบบยูนิฟอร์ม แม้แต่กระดาษแข็งที่ใช้วางตะเกียบ ยังออกแบบได้แปลกตาน่าสนใจยิ่งนัก แต่ที่น่าสนใจกว่าน่าจะเป็นหัวใจของร้าน นั่นคือ กิวด้ง หรือข้าวหน้าเนื้อวัว (Gyu เนื้อ, Don ข้าว) ที่มีให้เลือกทานหลากหลายแบบ มีทั้งแบบดั้งเดิม ที่นำเนื้อ Karubi ติดมัน คัดมาเป็นพิเศษ มาฝานเป็นแผ่นบางๆ คลุกเคล้าซอสต้นตำหรับ หวานฉ่ำกำลังดี ทานกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ใครชอบรสจัดสามารถเพิ่มผักดองกิมจิได้ ใครชอบรสละมุนให้เลือกทานกับมายองเนส ส่วนทีเด็ดจริงๆ เจ้าของร้านกระซิบมาว่า ให้ทานกับกระเจี๊ยบสดปลาโอแห้ง รสชาติจะหอมกลมกล่อม ไม่ต่างกับกิวด้ง ที่ซามูไรเขาทานยามนั่งชมดอกซากุระแม้แต่น้อย
ส่วนใครไม่ชอบเนื้อไม่มีปัญหา ข้าวหน้าหมูสูตรเดียวกัน ก็อร่อยล้ำไม่แพ้ใคร เพราะเขาใช้หมูสันคอที่นุ่ม ไม่เหนียว ทีเด็ดของเขาอีกอย่างคือ การสไลซ์บาง 1.5 มิลลิเมตรเพื่อให้รสของน้ำซอสซึมเข้าไปจนฉ่ำเนื้อทั้งชิ้น นอกจากนั้น อีกเมนูที่ลองแล้วหลับฝันดีคือข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ กุ้งเนื้อแน่น แป้งกรอบฟู ราดน้ำซอสสูตรพิเศษ โรยด้วยไข่กุ้ง และสาหร่ายญี่ปุ่น นอกจากนั้นข้าวหน้าอื่นๆ เขาก็มีไว้บริการ ทุกจานล้วนมาจากสูตรปลายจวักญี่ปุ่นแท้ๆ ทั้งสิ้น แท้ชนิดที่คนญี่ปุ่นมาทาน แล้วอาจต้องน้ำตาไหลคิดถึงกลิ่นอายบ้านได้ (ได้คะแนนเต็มด้านรสชาติอาหารและบรรยากาศ)
Yuu Bar B Q ร้านเนื้อย่างสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เนื้อนำเข้าจากญี่ปุ่น มีระบบดูดควันอย่างดีเยี่ยม บรรยากาศสบายๆ เหมาะสำหรับการนั่งรับประทานอาหารกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อ
Kitchen & More Than I can say เพียงแค่ชื่อก็สะดุดหู ฟังแล้วดูดีมีสไตล์ ภายในร้านตกแต่งเรียบหรูอย่างมีสไตล์ ประดับประดาด้วยโคมไฟห้อยระย้า ไม่ว่าจะเลือกนั่งชิลๆ Outdoor กับกลุ่มเพื่อนของคุณ หรือจะเลือกนั่งรับประทานอาหารภายในร้านก็สบายๆไปกับโซฟา สีขาวสะอาดตาและหมอนอิง ราวกับว่าคุณอยู่ที่บ้านเลยทีเดียว
คุณจะได้ลิ้มลองกับอาหารของเชฟจาก เลอ กอร์ดอง เบลอ เป็นอาหารสไตล์ฟิวชั่น ผสมผสานระหว่างอาหารไทยที่มีเครื่องเทศมากมายหลายชนิด และอาหารฝรั่งเศสอันคลาสสิก นำมาประยุกต์ให้เข้ากัน ให้คุณลิ้มลองเมนูสุดพิเศษอย่าง "เป็ดร่อนทอดกรอบแบบฝรั่งเศส , เส้นหมี่ผัดกระเฉด , ตับไก่บดพริกไทยอ่อน, พล่าหอยเชลล์" เมนูที่ได้มาเยือนที่นี่ ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ให้คุณสนุกกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น พร้อมเสริ์ฟกับเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งเบียร์สดชื่อดังสัญชาติเบลเยียมอย่าง Hoegaarden และ Stella Artois และม็อกเทลหลายหลายชนิดที่มีให้เลือกละลานตาที่บาร์ คุณพร้อมรึยังที่จะมาลิ้มรสอาหารแสนอร่อยกับบรรยากาศแสนพิเศษใจกลางเมือง เดินทางแสนสะดวก อิ่มอร่อยได้ทุกเมนูที่ "Kitchen & More Than I can say"